หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
TRAVEL TOOLS
 
id7500003000070

 


 

พระสมเด็จวัดระฆัง "สมเด็จวังหน้า -สมเด็จวัดพระแก้ว- สมเด็จตราแผ่นดิน" 

องค์ที่2:

รหัสสินค้า: 000095

ราคา: 3,000,000.00 บาท

ประวัติพระสมเด็จวังหน้า -สมเด็จวัดพระแก้ว- สมเด็จตราแผ่นดิน

      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริ ให้สร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบาจารย์ (สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) โดยมอยหมายให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ได้รับมหาสมณุตตมาภิเษกเมื่อปี พ.ศ. 2453 (ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงพระอิสริยยศ 11 พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2464 พระชันษา 61 ปี )เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง มวลสารจากพระสมเด็จวัดระฆัง  พุทธาพิเสกใหญ่ ณ.วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ใน พระบรมมหาราชวัง โดยอันเชิญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ใช้ตราอาร์มเป็นตราแผ่นดินใน พ.ศ. 2416 ต่อมาพระองค์มีพระราชดำริว่า ตราอาร์มที่ใช้เป็นตราแผ่นดินในเวลานั้นเป็นอย่างฝรั่งเกินไป และทรงระลึกได้ว่า พระเจ้าแผ่นดินสมัยกรุงศรีอยุธยาเคยใช้ตราพระครุฑพ่าห์มาก่อน (ตราที่กล่าวถึงคือตราพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์องค์เดิม) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเขียนพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ขึ้นเป็นตราแผ่นดินเพื่อใช้แทนตราอาร์ม โดยครั้งแรกทรงเขียนเป็นรูปตราพระนารายณ์ทรงครุฑจับนาค ตรานี้ได้ใช้อยู่ระยะหนึ่งก็โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเขียนตราครุฑขึ้นใหม่อีกครั้งเป็นตราวงกลม โดยยกรูปพระนารายณ์และนาคออกเสีย คงเหลือแต่รูปครุฑ ซึ่งเขียนเป็นรูปครุฑรำตามแบบครุฑเขมร พื้นเป็นลายเปลวไฟ เมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายก็ชอบพระราชหฤทัย และมีพระราชประสงค์ที่จะให้ใช้ตรานี้เป็นตราแผ่นดินถาวรสืบไป จะได้ไม่ต้องสร้างขึ้นใหม่เมื่อเปลี่ยนรัชกาล  พระสมเด็จวังหน้า -สมเด็จวัดพระแก้ว- สมเด็จตราแผ่นดิน ประชาชนทั่วไปเรียกพระพิมพ์นี้ว่า สมเด็จตราแผ่นดิน เพราะด้านหลังมีตราแผ่นดิน ง่ายต่อการจดจำ..และแจกสำหรับเจ้าเมือง หรือ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ที่ทำคุณงามความดีสนองงานราชการแผ่นดินฯลฯ บุคคลทั่วไปที่ไม่รู้ความจริง ก็จะเหมารวมเป็น พระสมเด็จเผ่าสร้าง

 

รายละเอียด: พระสมเด็จวัดระฆัง "พิมพิ์ ตราแผ่นดิน"
      เจ้าของพระ ขุนแสนพิทักษ์ ภิรมย์ ต้นตระกูลภิรมย์ ผู้ที่ควมคุมการก่อสร้างทางรถไฟอุโมงค์ขุนตาน คนที 4 เพราะคนที่ 1-3 ไม่สามารถควบคุมการก่อสร้างได้ มีเหตุเป็นไปต่างๆนานา สัตว์ร้ายก็ชุกชุมในอดีตบริเวณบ้านขุนตานยังเป็นถิ่นทุรกันดาร เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ และโขดเขาสูง การก่อสร้างจึงต้องใช้ความอุตสาหะพากเพียรอย่างยิ่ง เครื่องมือและสัมภาระต่าง ๆ ที่ใช้ก่อสร้างต้องใช้ช้างและเกวียนบรรทุกไป พอถึงบริเวณที่ที่เป็นภูเขาต้องใช้วิธีชักรอกขึ้นเขาลงเขาอย่างทุลักทุเล กรรมวิธีในการขุดเจาะอุโมงค์ เริ่มด้วยการเจาะรูเล็ก ๆ โดยใช้สว่าน หรือใช้แรงคนตอกสกัด เมื่อมีรูลึกเข้าไปจึงเอาดินระเบิดไดนาไมต์ฝังเข้าไปในรูนั้นเพื่อระเบิดให้เป็นอุโมงค์ใหญ่ ถ้าหินก้อนใหญ่มากไม่สะดวกในการระเบิดให้แตกเป็นก้อนเล็ก ๆ ก็ใช้วิธีสุมไฟให้ก้อนหินร้อนจัดแล้วราดน้ำลงไป หินนั้นก็จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ การขนดิน และหินออกจากอุโมงค์ก็ใช้คนงานขนออกมาการขุดเจาะเริ่มจากปลายอุโมงค์ทั้ง 2 ข้าง เข้ามาบรรจบกันตรงกลาง ใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ปี อุโมงค์จึงทะลุถึงกันได้ และใช้เวลาอีก 3 ปีเพื่อผูกเหล็ก เทคอนกรีต ทำผนัง และหลังคาเพื่อความแข็งแรง และป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่ออุโมงค์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังวางรางรถไฟจากลำปางไปยังปากอุโมงค์ไม่ได้เพราะระหว่างทางต้องผ่านเหวลึกถึงสามแห่งไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้จึงต้องใช้วิธีทำสะพานทอดข้ามระยะทาง 8 กิโลเมตรเริ่มก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2450  เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ 5  แล้วเสร็จ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี 7


      สล่าแสน ภิรมย์ บ้านอยู่อำเภอสารภี ตำบลยางเนิ้ง ภายหลังงานคุมคุมก่อสร้างทางรถไฟอุโมงค์ขุนตาน สำเร็จใช้ระยะเวลา 11ปี  ได้รับพระกรุณาแต่งตั้งเป็นขุนแสนพิทักษ์ พร้อมทั้งพระสมเด็จวัดระฆัง ที่ทำแจกเฉพาะข้าราชบริพาร  ขุนแสนพิทักษ์ ภิรมณ์ ได้รับมอบจาก จาก ร.7 และต่อมาได้มอบวัตถุมงคลให้กับลูกชาย ชื่อ สล่าจู ภิรมย์ (สล่าเป็นคำพื้นเมืองเหนือ คือ ช่าง) ส่วนวิชาอาคม ลูกคนอื่นๆรับไป ต่อมาสล่าจู ภิรมณ์ ก็มอบพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพิ์ตราแผ่นดิน ให้กับพ่อทอน ภิรมย์ ซึ้งเป็นลูกชาย ก่อนตายแกมอบ(ขาย)ให้กับหลานเขย


      ส่วนพิมพิ์พระที่ พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พ.ศ. 2494(เกิดเมื่อ: 1 มีนาคม 2452 เสียชีวิตเมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2503 ) สร้างนั้น คงยึดถือเอาต้นแบบพิมพ์พระ เพื่อเป็นสิริมงคล เพราะมีตราแผ่นดิน ทำมาเพื่อแจกจ่ายกับข้าราชการตจำรวจในยุคนั้น..โดยเอาพระสมเด็จวัดระฆังมาเป็นส่วนผสม

       การที่เซียนพระหลายท่านบอกว่า พระพิมพ์นี้ พลเอกเผ่าสร้าง นั้นไม่ถูกต้องนะครับ  ท่านมาสร้างเรียนแบบที่หลัง เหตุที่เล่าได้เพราะสมัยที่เจ้าของพระเขามีชีวิตอยู่เล่าให้ฝัง ภรรยาหม่อนขันแก้ว ภรรยา สล่าจู  ภิรมย์  ก็ยังมีชีวิตอยู่ อายุก็ 90 ปี พอดี เสียสีชิตอายุ 99 ปี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขุนแสนพิทักษ์ ภิรย์   (สล่าแสน)  ต้นตระกูลภิรมย์ ผู้ที่ควมคุมการก่อสร้างทางรถไฟ    

 อุโมงค์ขุนตานหรือขุนตาล คนที 4 เพราะคนที่ 1-3 ไม่สามารถควบคุมการก่อสร้างได้

                      "เจ้าขอพระสมเด็จวังหน้า -สมเด็จวัดพระแก้ว- สมเด็จตราแผ่นดิน"

เริ่มก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2450 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2461

@--------------------- ขอบคุณครับ ---------------------@
---------------- รับประกันความแท้ 100% -----------------
--------- เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ ---------
--------------- พร บางระจัน 081-7842076 -----------------

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook