หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
TRAVEL TOOLS
 
id7500003000070

 


 

 

 

พระผงผสมเกศา ครูบากองแก้ว ญาณวิชโย วัดต้นยางหลวง จ.เชียงใหม่
รหัสสินค้า: 000412
ราคา: 25,000.00 บาท
 
รายละเอียด:

พระผงจตุพร ครูบากองแก้ว วัดต้นยางหลวง อ.สารภี มวลสารสุดยอด สร้างโดยคุณชินพร สุขสถิตย์  ผู้สร้างผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่  พระผงรุ่นนี้มีส่วนผสมของ ผงพรายกุมาร ผงตะไบกริ่งชินบัญชร อันลือลั่น ของหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่  และผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ น่าใช้มากครับ  จำนวนสร้างน้อย..หายาก...คนแถว..ระยอง..ชลบุรี...ตามเก็บแล้วครับ...

 

 

ครูบากองแก้ว ญาณวิชโย

วัดต้นยางหลวง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

พระวิสุทธิสงฆ์แห่งลานนา

หนึ่งในไตรลักษณ์ของพุทธศาสนานั้นคือพระเถราเถระผู้มั่งคั่งเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม ถือการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามุ่งแสวงหาความหลุดพ้นมีนิพพานเป็นที่ตั้ง ดินแดนแผ่นดินลานนาเป็นสถานที่ที่รุ่มรวยเหล่าพระสุปฏิปัณโณ มากมายหลายรูปครูบากองแก้ว ญาณวิชโย วัดต้นยางหลวง ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พระสุปฏิปัณโณรูปหนึ่งผู้ที่สูงส่งไปด้วยศีลาจารวัตร ที่พุทธศาสนิกชนมากมายมุ่งหวังที่จะทำบุญสร้างกุศลกับท่าน เพื่อให้ได้มาซึ่งบุญกุศลที่จะก่อเกิดความสุขทางใจให้กับตน ส่วนวัดต้นยางหลวงนั้น เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณ เนื่องด้วยจารึกใบลาน แนกระดาษสาที่บันทึกประวัติวัดต้นยางหลวง ได้ชำรุดสูญหายไปเกือบหมด จึงทำให้ขาดรายละเอียดไปเป็นอย่างมาก

ครูบาแก้ว ท่านถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม 2440 ตรงกับเดือน 11 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ ณ บ้านร้อง ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนทั้งหมด 7 ในสุกลอุตใจมา ครูบากองแก้ว เรียนจบชั้นประถมศึกษาที่วัดศรีสองเมือง มีครูบาเผือกเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.2454   อายุ 14 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดต้นยางหลวง สมัยครูบาจันทร์เป็นเจ้าอาวาส

ปี พ.ศ.2459   อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีเจ้ากาบแก้ว ณ เชียงใหม่ เป็นโยมอุปัฏฐาก มีครูบาสิทธิ วัดศรีคำชมพู เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระคันธวงศ์ วัดศรีคำชมพู เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอินทรส วัดไชยสถาน เป็นพระอนุสาวนาจารย์โดยได้รับฉายาว่า “ญาณวิชโย”

เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้ไปศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนจบนักธรรมตรีเพียงรูปเดียวของ อ.สารภี ในสมัยนั้น จากนั้นก็ไปศึกษาแนวทางปฏิบัติกรรมฐานที่วัดป่าเหียง จ.ลำปางถือว่าในสมัยนั้นวัดนี้มีชื่อเสียงที่สุดในด้านนี้มีพระอาจารย์เก่งหลายรูป จากนั้นพระครูคัมภีร์ธรรมก็ได้นิมนต์ท่านกลับมาที่วัดต้นยางหลวง เพื่อให้สอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่สร้างขึ้นมาสอนนักธรรมอยู่หลายปี จึงได้ลาออกจากครูสอนนักธรรม ส่วนท่านกลับมาเน้นในแนวทางปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต่อไปปี พ.ศ.2474 ครูบามูลได้ลาสิกขาบท ทางคณะกรรมการวัดและชาวบ้านทั้งหลายที่ศรัทธาในตัวครูบากองแก้ว ได้อาราธนาท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสดูแลวัดต้นยางหลวง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2474 ขณะเดียวกันได้มีพระภิกษุจากอินเดียรูปหนึ่งเดินทางเข้ามาเผยแพร่ธรรมและแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในประเทศไทย ตามคำอาราธนาของสมเด็จพระสังฆราชในขณะนั้น พระสงฆ์ชาวอินเดียรูปนั้นชื่อว่า “พระโลกนาถ”ครูบากองแก้วจึงได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนทางวิปัสสนาเพิ่มเติม จนซึ้งในหลักธรรมต่างๆ จึงได้ตั้งสัตยาธิษฐานฉันมังสวิรัติเพียงวันละมื้อ ตั้งแต่นั้นมาจนมรณภาพ ครูบากองแก้วนั้นถือธุดงค์เป็นประจำไปทั่วภาคเหนือ ตลอดจนเพื่อนบ้านใกล้เคียง เมื่อพบอาจารย์ดีที่ไหนก็ขอร่ำเรียนวิชาต่างๆ ที่นั่น โดยครั้งหนึ่งได้พบและพูดคุยกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย ครูบากองแก้ว ใช้ชีวิตธุดงค์จนมีอายุมากสังขารไม่อำนวย ท่านจึงหยุดธุดงค์ทางไกล เพียงแต่ใช้การปฏิบัติอยู่ภายในวัดเท่านั้นนอกจากนี้ช่วงที่ครูบาศรีวิชัย นำสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ครูบากองแก้ว เป็นรูปหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการนี้ โดยชักชวนชาวบ้านทั้งหลาย ร่วมสละแรงกายแรงทรัพย์ช่วยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพจนกระทั่งสำเร็จ ทั้งนี้ด้วยบารมีของครูบาศรีวิชัยและครูบากองแก้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจึงได้บรรลุสำเร็จเป็นถนนประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่จนทุกวันนี้

เมื่อต้นที่ครูบากองแก้ว เข้ารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดต้นยางหลวง ได้พัฒนางานด้านถาวรวัตถุไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่ปี 2473 สร้างกุฏิสงฆ์ และก่อสร้างงานอื่นๆ เรื่อยมาจน พ.ศ.2507 จึงสร้างหอพระไตรปิฎก ส่วนวัตถุมงคลของท่าน มีมากมายหลายอย่าง ทั้งชนิดวัดอื่นสร้างแล้วขอเมตตาบารมีให้ท่านช่วยอธิษฐานจิตปลุกเสกให้ ทางวัดต้นยางหลวงหรือศรัทธาญาติโยมขอสร้างก็มี อาทิ

เสื้อยันต์ น้ำมันมนต์โดยเฉพาะน้ำมันมนต์ที่มักจะมีผู้นำน้ำมันงามาให้ท่านอธิษฐานจิตให้เสมอ มีผู้เชื่อถือกล่าวว่า น้ำมันมนต์ของครูบากองแก้วศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก สามารถรักษากระดูกที่หักหรือผู้ที่โดนไฟโดนน้ำร้อนลวกได้ผลดีนัก

ชานเมี่ยง

โดยปกติครูบากองแก้วจะเคี้ยวเมี่ยงเป็นประจำ เมื่อมีผู้มาขอเมี่ยงที่ท่านเคี้ยวอยู่ ท่านก็จะคายให้ไป ชานเมี่ยงก็มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งในด้านคงกระพัน

ตะกรุดกาสะท้อน

สร้างจากตำราโบราณของทางภาคเหนือ เป็นเอกลักษณ์พิเศษของวิชาอาคมภาคเหนือ ทำจากหนังลูกวัวที่ตายในท้อง นำมาลงอักขระเลขยันต์ คุณวิเศษของตะกรุดนี้คือ ผู้ที่มีไว้ครอบครองจะไม่มีผู้ใดคิดร้ายได้ เพราะจะสะท้อนย้อนกลับเข้าหาตัวผู้ที่คิดร้ายนั้นทั้งหมด วิชาทำตะกรุดกาสะท้อนนี้มีพระเกจิอาจารย์ที่สำเร็จวิชานี้เพียง  2 รูป เท่านั้น คือ ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย ลำพูน และครูบากองแก้ว วัดต้นยางหลวง ซึ่งมีความแตกต่างกันคือ ตะกรุดการสะท้อนของครูบาชุ่ม จะใช้แผ่นตะกั่วหุ้มหนังลูกวัวม้วน ส่วนของครูบากองแก้วนั้นใช้ครั่งจากต้นพุทราที่เกิดจากกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกหุ้มเท่านั้น ท่านสร้างไว้จำนวน 212 ดอก เท่านั้น

พระเนื้อดินเผา ปี พ.ศ.2517

คณะกรรมการวัดได้จัดสร้างขึ้นมาจำนวนประมาณ 20,000 องค์ มี 4 พิมพ์ด้วยกัน พิมพ์รูปเหมือนสี่เหลี่ยม, พิมพ์รูปเหมือนสามเหลี่ยม, พิมพ์นางกวัก, พิมพ์พระสีวลี เพื่อนำไปบูชาในหมู่คณะใกล้ชิด พิมพ์พระไม่ค่อยสวยงาม ชัดเจน ด้วยเป็นฝีมือชาวบ้าน เมื่อสร้างเสร็จก็ได้นำมาให้ครูบากองแก้วอธิษฐานจิตให้ แล้วแบ่งไว้จำนวน 10,000 องค์ นำไปบรรจุไว้ใต้ฐานพระประธาน

เหรียญรูปไข่ รุ่นแรก ปี พ.ศ.2517

เป็นเหรียญรุ่นแรกของท่าน จัดสร้างถวายโดยคุณชัชวาล ชุติมา ส.ส.เชียงใหม่ ขณะนั้น สร้างเป็นเนื้อทองแดงทั้งหมด เหรียญที่นำมาถวายครูบากองแก้ว จำนวน 5,000 เหรียญ

 

วัตถุมงคลจตุพร ปี พ.ศ.2520

คณะกรรมการวัดและคณะศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาในตัวครูบากองแก้วได้เช่าบูชา หาทุนมาสร้างอุโบสถ วัดต้นยางหลวง เป็นวัตถุมงคลรุ่นที่มีการสร้างทั้งเหรียญและเนื้อผง ครูบากองแก้วอธิษฐานจิตเดี่ยว 1 ไตรมาสแล้ว เข้าพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้งที่วัดต้นยางหลวงในเดือนธันวาคม พ.ศ.2520 ในพิธีนี้ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วภาคเหนือมาร่วมพิธี อาทิ ครูบาพรหมจักร วัดพระบาตากผ้า, ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี, ครูบาธรรมชัย, ครูบาหล้า, ครูบาคำแสนสุดท้ายแห่งชีวิต ครูบากองแก้ว ญาณวิชโย เริ่มเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายแล้ว มีผู้มานิมนต์ไปงานต่างๆ มากมายแม้แต่ทางกรุงเทพฯ ก็มีผู้เรียกร้องให้นิมนต์ร่วมงาน การพักผ่อนมีน้อย ท่านเริ่มเจ็บป่วย อาพาธเล็กๆ น้อยๆ เสมอมา ด้วยตรากตรำงานหนัก กระทั่ง ปี พ.ศ.2522 ท่านเกิดอาพาธหนักมาก เข้ารักษาที่โรงพยาบาลลานนา แพทย์วินิจฉัยว่าท่านเป็นโรคขาดสารอาหารทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2524 ท่านก็มรณภาพด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลลานนา เวลา 05.00 น. รวมสิริอายุได้ 84 ปี 64พรรษา

 

สำหรับครูบากองแก้ว ญาณวิชโยนั้น ถ้าใครเป็นคนทางเหนือคงต้องเคยได้ยินชื่อผมขอเกริ่นนำแบบคร่าวๆหน่อยแล้วกันครับครูบากองแก้วนั้นนับได้ว่าเป็นมือขวาของครูบาศรีวิชัยท่านเป็นศิษย์รุ่นแรกที่ติดตามครูบาศรีวิชัยไปสร้างทางเป็นลูกศิษย์ที่ครูบาศรีวิชัยให้คุมการสร้างทางเป็นหลักท่านมีความอาวุโวกว่าครูบาวงศ์ ครูบาธรรมชัย ครูบาขาวปี หรือ ครูบาดวงดีตอนที่ท่านไปสร้างทางนั้น ครูบาวงศ์ยังไม่บวชเป็นพระเลยและท่านเองก็เคยพบครูบาดวงดีตั้งแต่ยังเป็นเด็กอายุ๑๓ปีด้วยท่านติดตามครูบาศรีวิชัยมาตั้งแต่ยังเป็นเณรดังนั้นคงไม่ต้องคาดเดาถึงวิชาที่ท่านได้สืบต่อมาจะมีขนาดไหน
เหรียญที่ขอนำเสนอคือเหรียญจตุรพรสร้างในปี ๒๕๒๐ เพื่อแจกให้กับผู้ที่มาทำบุญกับวัด…เหรียญนี้ไม่ใช่เหรียญทองแดงเหมือนอย่างเหรียญทองแดงที่ปั๊มจากโรงงานอย่างที่ปัจจุบันทำกันอย่างง่ายแต่คาดว่ามีการนำมวลสารศักดิ์สิทธิ์แล้วหลอม รีดออกมาเป็นแผ่นแล้วถึงจะปั๊มทำให้เนื้อเหรียญออกไปทางสัมฤทธิ์มากกว่า
ลักษณะของเหรียญเป็นเหรียญรูปใบเสมามีหูในตัว
ด้านหน้า เป็นรูปเหมือนครูบากองแก้วเต็มองค์นั่งสมาธิบนโต๊ะฐานขาสิงห์ภายในซุ้มนาคเกี้ยวปลายหางนาคจะไขว้กันด้านบนสุดโดยโอบรอบพระพุทธองค์เล็กๆที่อยู่เกือบบนสุดของเหรียญด้านหลังครูบาจะเป็นเสมาธรรมจักร มีตัวหนังสือล้อมรอบว่า”ครูบากองแก้ว ญาณวิชโยวัดต้นยางหลวง ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่”
มีลายกนกที่อยู่ถัดลำตัวพญานาคสำหรับด้านล่างโต๊ะจะมีรูปไก่สองตัวหันหน้าชนกัน และตอกโค้กว่า”กก” สำหรับพื้นล่างสุดเขียนว่า”ครบรอบ ๘๑ ปี ๒๕๒๐”
ด้านหลังเหรียญจะยกขอบขึ้นมาตรงกลางเป็นยันต์อิติปิโส ๘ ทิศ และยันต์พระเจ้า๑๖ พระองค์และด้านบนเขียนว่า”ที่ระลึกในการสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ” สำหรับด้านล่างสุดเขียนว่า”จตุรพร คณะศิษย์สร้างถวายบูชาพระคุณรุ่นแรก”
เนื้อสัมฤทธิ์ สร้างจำนวน ๒๙,๙๙๙ เหรียญ และเหรียญเงินสร้าง๙๙เหรียญ
ชนวนของเหรียญจตุรพรครูบากองแก้วญาณวิชโย
1.ชนวนพระกริ่งสังฆราชแพ
2.ชนวนพระกริ่งหลวงปู่ทิม
3.ชนวนพระกริ่งหลวงปู่แหวน
4.ชนวนพระกริ่งหลวงพ่อเกษมเขมโก
5.ชนวนพระกริ่งหลวงพ่อบุญเย็น เชียงใหม่
6.ชนวนพระวัดราชบพิธพ.ศ.๒๔๘๑
7.ชนวนวัดสัตตนารถ ราชบุรี
8.ตะกรุด หลวงปู่ทิมวัดละหารไร่
9.ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
10.ตะกรุดหลวงพ่อคงวัดบางกะพร้อม
11.ตะกรุดหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว
12.ตะกรุดหลวงพ่อปานวัดบางเ***้ย
13.ตะกรุดพระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
14.ตะกรุดหลวงพ่อเหมือนวัดกำแพง ราชบุรี
15.ตะกรุดเก่านับร้อยดอก
16.แผ่นทอง เงิน ทองแดงหลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
17.แผ่นจารเจ้าคุณวรพรตฯ วัดป่าชลบุรี
18.แผ่นจารหลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม สิงห์บุรี
19.แผ่นจารหลวงพ่อเชื้อวัดใหม่บำเพ็ญบุญ ชัยนาท
20.แผ่นจารครูบาพรหมจักร ครูบาอินทจักรเชียงใหม่
21.ชนวนพระ๒๕ศตวรรษ
22.ชนวนพระกริ่งนเรศวรวังจันทร์
23.ฆ้องห้ามลมห้ามฝนของครูบา
24.พระบูชาเก่าชำรุดและอื่นๆ
ไก่สองตัวใต้ฐานเป็นสัญญลักษณ์ปีเกิดของครูบา
โค้ดมีสองแบบคือ “กก”และ”กกก”

ภาพที่ผมนำมาลงนั้นเป็นภาพที่ผมนำมาจากเวปพระแห่งนี้ ที่เข้าใจว่าไม่มีโค้ด”กกก” จึงตีความว่าเป็นเหรียญเก๊ แต่จากการที่ผมได้อ่านประวัติเพิ่มเติมจากผู้สร้างจึงเห้นว่า ควรจะนำมาให้ชม แต่ผมไม่มีความสามรถลบคำบรรยายในภาพได้ จึงต้องอธิบายในเนื้อความนี้ครับ
ในขั้นตอนการสร้างแม่แบบก็มีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น…อ่านต่อแล้วกันครับ
ในการสร้างเหรียญ ผู้สร้างได้ทำการถอดแบบเหรียญนั่งพานของหลวงปู่ทิมมาเฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียว
สำหรับด้านหลังเหรียญนั้นครูบาได้กำหนดให้ใช้ยันต์แบบเดียวกับที่ลงที่ฆ้องห้ามลมห้ามฝนของท่านโดยครูบาเป็นผู้เขียนต้นแบบยันต์ด้านหลังให้ผู้สร้างเอง เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมด้านหลังของเหรียญจึงมียันต์อิติปิโส๘เช่นเดียวกับด้านหลังของเหรียญของหลวงปู่ทิมทั้งๆที่ครูบาไม่เคยเห็นเหรียญของหลวงปู่ทิมมาก่อน
หลังจากสร้างเหรียญสัมฤทธิ์เสร็จ ครูบาก็ได้นำไปแผ่เมตตาจิตจนครบไตรมาส และทางผู้สร้างได้จัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดต้นยางหลวงในเดือน ธ.ค. ๒๕๒๐โดยอาราธนาพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทางเชียงใหม่,ลำพูน,ลำปางมาร่วมในพิธี อาทิ ครูบาคำแสน,ครูบาพรหมจักร,ครูบาธรรมชัย,ครูบาหล้า,ครูบาดวงดี และยังมีเกจิที่จำชื่อไม่ได้อีก ๑๒รูป และในพิธีนั้นครูบาได้ให้ลูกศิษย์ท่านนำปืนมีดและดาบมาในพิธี ท่านบอกว่าจะได้สะกดอาวุธเหล่านี้ เพื่อให้พระเครื่องของท่านมีอานุภาพด้านป้องกันได้.ทุกๆครั้งที่ท่านแผ่เมตตาจิตพระเครื่องนั้น ท่านจะอธิษฐานครอบคลุมไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยมหรือ ค้าขาย หลังจากอธิษฐานพระเครื่องจนครบทุกด้านแล้ว ท่านจะแยกพระเครื่องออกเป็นพิมพ์ต่างๆแล้วอธิษฐานให้พระเครื่องแต่ละพิมพ์ อย่างเหรียญท่านก็เน้นไปด้านแคล้วคลาดคงกระพัน
….หลังจากพิธีพุทธาภิเษก มีตะกรุดตะกั่วเหลือจึงได้นำมาทำพระเนื้อตะกัวพิมพ์รูปเหมือนกับปิดตา โดยได้นำเหรียญเนื้อสัมฤทธิ์จำนวน ๓๐๐ เหรียญมาให้ท่านเสกโดยท่านบอกว่าให้ไปเอาไว้ตรงหัวเตียง ทิ้งให้ท่านเสกจนครบปีจึงได้นำกลับเพราะนำไปแจกในหมู่ลูกศิษย์ใกล้ชิด โดยเหรียญสัมฤทธิ์นั้นมีการตอกโค้ดดอกจันเพิ่มมาที่บริเวณสังฆาฎิที่หน้าอกสำหรับครูบากองแก้วนั้น..ท่านก็เก่งครับ แต่เก่งในพื้นที่
อย่างวันที่เสกเหรียญรุ่นแรกของท่าน เมื่อ ปี๒๕๑๗ ลูกศิษย์นำเหรียญใส่ลังไว้บรรจุ ๕๐๐ เหรียญเมื่อเริ่มพิธี ครูบาก็นั่งเข้าสมาธิจิต เพ่งพลังสู่เหรียญ ในเวลาไม่นานก็มีเสียงดังมาจากลังบรรจุเหรียญ เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งครูบาถอนจิตออกจากการปลุกเสก เสียงดิ้นในลังพระจึงหยุดหายไป
…เมื่อคราวที่วัดมีงานแห่สลาก เมฆฝนก็ได้ตั้งเค้าเริ่งสาดเม็ดฝนลงมา ลูกศิษย์ท่านจึงไปกราบเรียนครูบาขอให้ครูบาช่วยห้ามฝน ไม่งั้นของที่จัดเตรียมไว้กลางแจ้งจะเสียหายหมด ท่านก็บอกให้ไปเอาฆ้องใหญ่บนศาลาลงมา ท่านก็ลงอักขระเขียนไปที่ฆ้องและร่ายคาถา แล้วท่านให้เอาฆ้องไปแห่รอบพระวิหารพร้อมกับตีฆ้องไปด้วย พอแห่ครบสามรอบท้องฟ้าท่มืดครึ้มอยู่ก็กลายเป็นฟ้าเปิด เมฆฝนกระจายออกไปรอบๆ
…ครูบาท่านนั้น มีวัตรปฎิบัติที่คล้ายหลวงปู่ทิม คือการฉันมังสวิรัติ เพียงมือเดียว ส่วนใหญ่ก็เป็นถั่วกับเกลือ ผักต้มโดยเฉพาะผักตำลึง…
..สำหรับเหรียญของท่านเด่นไปทางคุ้มครองเกือบทุกด้าน มีประสบการณ์ตั้งแต่รอดตายจากอุบัติเหตุ รอดตัวจากพวกภูติผีต่างๆ…ตอนนี้ราคายังไม่น่าจะแพงหลักร้อยต้นๆ ผมว่าของเก๊ไม่น่าจะมี เพราะเหรียญไม่ได้มีความนิยมอะไรมาก แต่ถ้าผมเจอแล้วจะนำมาแจ้งอีกทีครับ..เหรียญนั่งพานหลวงปู่ทิมก็ไปไกลแล้ว ไม่ต้องหาหรอกครับ เก็บตังค์มาเช่าเหรียญจตุรพรครูบากองแก้วดีกว่า แค่ดูชนวนก็ใช่ย่อยแล้ว นับประสาอะไรกับเหรียญใหม่ๆ ไม่มีมวลสาร เอาแผ่นทองแดงมาปั๊ม…

 

 


 

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook