หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
TRAVEL TOOLS
 
id7500003000070

 


 

 

  

 

 

พระผงเกษาครูบาอินสมสุมโนวัดทุ่งน้อยปี38สภาพ

รหัสสินค้า: 000451

ราคา: 19,999.00 บาท

รายละเอียด:

พระผงเกศาครูบาอินสม   สุมโน   วัดทุ่งน้อย ปี38 

ประวัติโดยครูบาอินสม   สุมโน  

ครูบาอินสมเกิดเมื่อวันที่  ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๔

โยมบิดาชื่อนายแปง  โยมมารดาชื่อนางเที่ยง  เดิมอยู่บ้านป่าหวาย

 ต. บ้านโป่ง อ.พร้าว. จ.เชียงใหม่

บรรพชาเมื่อวันที่ ๓ เมษายน  พ.ศ. ๒๔๕๔

อุปสมบทเมื่อวันที่  ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๔

มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๐

พระราชทานเพลิงศพวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๒

 

ประวัติครูบาอินสม สุมโน ตอนที่๑
รายละเอียด :
หากกล่าวถึงครูบาพระเถระที่อุดมศีลาจารวัตรอันงดงาม มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปของ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ที่นอกเหนือจากหลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอรหันต์เจ้า แห่งวัดดอยแม่ปั๋งแล้ว ก็ต้องครูบาอินสม สุมโน (พระครูสีลวุฒากร) พระอริยะสงฆ์ แห่งวัดทุ่งน้อย ต.บ้านโป่ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ผู้เป็นศิษย์สาย ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย ผู้เป็นกำลังสำคัญในการมีส่วนช่วยเหลือ ครูบาเจ้าศรีวิชัยในการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพจนสำเร็จลุล่วง เป็นประวัติศาสตร์ของล้านนา…พระเดชพระคุณท่านครูบาอินสม สุมโน ผู้พร้อมด้วยศีลาจารวัตรอันงดงามนามอุโฆษ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธสาสนิกชนทั้งใกล้และไกล ท่านเป็นผู้หนักแน่นมั่นคงในพระพุทธศาสนา ดำเนินตามปฏิปทาที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้อย่างเคร่งครัด ตลอดจนสิ้นอายุขัย ปฏิปทาประการสำคัญที่เด่นชัดยิ่งของครูบาอินสม สุมโน คือ เมตตาธรรม ที่ท่านมีอยู่ ในการช่วยสงเคราะห์ผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนมาขอความเมตตาจากท่าน ช่วยให้พ้นจากทุกข์ภัยได้มีความสุข โดยมิได้เลือกชั้นวรรณะ หมู่เหล่า ยากดีมีจนอย่างไร…ชีวิตของท่านจึงเป็นชีวิตที่ทรงคุณค่า เกิดมาเพื่อยังประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนทุกหมู่เหล่า…ดั่งรังสีแห่งสังฆรัตนที่เปล่งประกายให้แสงสว่างแก่โลกมนุษย์ นับว่าเป็นพระสุปฏิปันโนโดยแท้จริง
จากหนังสือปฏิปทาของท่านครูบาอินสม สุมโน ที่คณะศิษย์พิมพ์ถวาย เมื่อปี พ.ศ ๒๕๒๘ บอกว่า
ประวัติของครูบาอินสม สุมโน มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านป่าหวาย หมู่ ๗ ตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดิมนั้นบ้านป่าหวายขึ้นกับบ้านทุ่งน้อย หมู่ ๖ ตำบลบ้านโป่ง อาณาเขตติดต่อกันต่อมาทางราชการแยกบ้านป่าหวายไปขึ้นกับบ้านหนองไฮ หมู่ ๗ เพราะการไปมาลำบากต้องข้ามน้ำแม่งัด ละแวกดังกล่าวชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากที่อื่น เช่น บ้านแม่เหียะ อำเภอหางดง บ้านแม่แรม บ้านแม่ริม และจากเมืองเชียงราย ครูบาอินสม สุมโน เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ ๒๔๔๔ บุตรของนายแปง นางเที่ยง เปาะนาค ฝ่ายโยมบิดาเป็นคนบ้านงิ้วเฒ่า อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ส่วนโยมมารดาป็นคนบ้านหนองอาบช้าง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โยกย้ายมาอยู่ที่อำเภอพร้าว ครูบาอินสม มีพี่น้อง ๔ คน คือ ครูบาอินสม สุมโน นายตุ้ย เปาะนาค นายดวงแก้ว เปาะนาค และนางสาวหน้อย เปาะนาค วัยเด็กครูบาอินสม มีหน้าที่เลี้ยงควายและเลี้ยงน้องดังเด็กชาวบ้านทั่วไป เมื่ออายุ ๑๒ ขวบได้มาอยู่วัดเป็นขะโยมวัดทุ่งน้อย จึงได้มีโอกาสเรียนหนังสือตัวเมืองล้านนา ได้ ๑ ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ ๒๔๕๖ และแล้วอนิจจาโยมพ่อของท่านก็ได้เสียชีวิต ท่านจึงบวชจูงหัว(บวชหน้าไฟ)เพื่อเป็นการทดแทนพระคุณบิดา ต่อมาก็ได้บวชบรรพชาจริง เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ ๒๔๕๖ โดยมีครูบาคำอ้ายสีธิวิชโย หรือชาวบ้านเรียกชื่อท่านว่า ครูบาสีธิ เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อเป็นเณรได้ ๗ พรรษา อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ ๗ เดือนมิถุนายน พ.ศ ๒๔๖๔ ณ ศาลากลางลำน้ำแม่งัด มีครูบาคำอ้าย สีธิวิชโย เป็นพระอุปัชฌาย์ ครูบาเมืองใจ๋ อินทจักโก เจ้าอาวาสวัดบ้านโป่ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และครูบาอุต อุตตโม เจ้าอาวาสวัดป่าฮิ้น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ นับตั้งแต่นั้นมาท่านได้เล่าเรียนวิชาปฏิบัติธรรมวินัยกับครูบาคำอ้าย สีธิวิชโย วัดทุ่งน้อย(ชาวบ้านเรียกครูบาสีธิ) ครูบาคำจันทร์ วัดท่ามะเกี๋ยง ครูบาเมืองใจ๋ อินทจักโก วัดบ้านโป่ง ครูบาอุต อุตตโม วัดป่าฮิ้น และครูบาชนัญ ธนันชโย วัดป่าลัน จนมีความรู้แตกฉานสำเร็จวิชาทุกแขนง “ท่านครูบาสีธิ นี้เป็นชาวอำเภอพร้าวโดยกำเนิด เป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงของอำเภอพร้าวในสมัยนั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวท่านมากมาย ท่านเป็นผู้อุดมด้านวิชาอาคม ทั้งความขลังและมหานิยม สามารถรู้ภาษานกภาษาหนูได้ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐาน มีสมาธิที่แข็งกล้า เป็นที่เคารพนับถือของพุทธสาสนิกชนในอำเภอพร้าว โดยเฉพาะพระเถระในอำเภอและต่างอำเภอก็มาขอเรียนวิชากับท่าน” “เมื่อครั้งที่ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย (ครูบาศีลธรรม) นักบุญแห่งล้านนาไทย เมื่อครั้งที่ท่านมาบูรณะวัดพระธาตุกลางใจเวียง ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว ท่านได้มาพำนักและจำพรรษาอยู่ที่วัดพระธาตุกลางเวียง ในวันอุโบสถศีล พระภิกษุสงฆ์ต้องเข้าอุโบสถทำพิธีกรรมทางศาสนา ท่านครูบาสีธิซึ่งอยู่ในวัยชรามากแล้วก็ไปร่วมอุโบสถด้วย สมัยนั้นทางเดินระหว่างวัดทุ่งน้อยไปยังวัดพระธาตุกลางใจเวียงลำบากมาก ครูบาอินสมและลูกศิษย์วัดจึงได้ทำเสลี่ยงให้ท่านนั่งไป ครั้นข่าวคราวทราบถึงครูบาเจ้าศรีวิชัย ท่านก็รีบมาช่วยหามเสลี่ยงให้ครูบาสีธิไปยังอุโบสถวัดพระธาตุกลางใจเวียง และระหว่างทางท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยยังบอกกับ ครูบาอินสมและลูกศิษย์วัดคนอื่นๆด้วยว่า ท่านครูบาสีธิเป็นพี่ชายของท่านในชาติปางก่อน และมาพบกันในชาตินี้จึงมาแสดงความนับถือและยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างตลอดมา” “ครูบาอินสม สุมโน ได้ร่วมปฏิบัติธรรมกับครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย เมื่อครั้งที่ท่านได้มาบูรณะวัดพระธาตุกลางใจเวียง พอช่วยครูบาเจ้าศรีวิชัยบูรณะวัดพระธาตุกลางใจเวียงเสร็จ ก็ได้ติดตามไปร่วมสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ โด ยได้พำนักที่วัดสวนดอก อำเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลาแรมปี”

พระครูอาทรธรรมสารัตถ์ บันทึกเกี่ยวกับท่านครูบาอินสม สุมโน ว่า

“พูดถึงความเป็นอยู่ของตุ๊ลุง ท่านอยู่แบบง่ายๆ สบายๆ เรียบๆ จะเป็นในด้านการปฏิบัติมากกว่า นอนน้อยกว่าฉัน คือท่านนั้นนอนน้อย คือ นอนดึก ตื่นเช้า ที่ตื่นเช้านั้นไม่ใช่อะไรหรอก คือท่านเกรงว่าจะไม่ทันสวดมนต์และภาวนา แล้วประกอบกิจอันอื่นในตอนเช้าของแต่ละวันๆไป เวลาฉัน ตุ๊ลุง ก็ฉันเพียงมื้อเดียว คือ มื้อเช้าเท่านั้น เรียกว่า ถือวัตรเอกาสันนิกังคัง ฉันมื้อเดียวเป็นวัตรมาโดยตลอดจนถึงวันแห่งการมรณภาพ”

พระวิมลญาณมุนี เจ้าคณะอำเภอพร้าว บันทึกเกี่ยวกับท่านครูบาอินสม สุมโน ว่า

“ท่านครูบาได้บำเพ็ญสมณธรรม ตามหลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จริยวัตรด้านการสำรวมกาย-วาจา ในอริยบถ ๔ คือ นั่ง นอน ยืน เดิน นั้นงดงาม ไม่กระโดกกระเดก ยังศรัทธา ความเชื่อ ปสาทะ ความเลื่อมใสให้เกิดแก่สาธุชนผู้พบเห็น จึงได้รับความเคารพนับถือ จากสาธุชนเสมอต้นเสมอปลาย ตลอดมา กาย-วาจา เรียบร้อย งดงาม เป็นผลมาจากจิต ถ้าจิตได้รับการฝึกอบรมดี กาย-วาจา ก็ดีตามไปด้วย และเป็นผลส่งถึงการสร้างภูมิฐาน คือ สมาธิ หากจิตไม่มีสมาธิ ถูกอารมณ์รบกวน มีอาการหวั่นไหว ไม่หยุดนิ่ง ก็ไม่สามารถมองเห็นปัญหาได้ ท่านครูบาสามารถรักษาตัวรอดได้เพราะท่านสำรวมกาย-วาจา ฝึกจิตให้เกิดสมาธิธรรม พิจารณาสภาวธรรมให้รู้ชัดตามความเป็นจริง จึงไม่หลงในโลกธรรม นำตนให้หลุดพ้นจากบ่วงของมารได้โดยสวัสดิภาพในช่วงชีวิตที่อุบัติมาในสังคมโลกใบนี้ ท่านครูบามีปฏิปทา และประพฤติดีปฏิบัติชอบ เป็นแบบอย่างที่ดีตลอดอายุยาวนานของท่านที่หาได้ยากรูปหนึ่ง”

การเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งน้อย
ท่านครูบาอินสม สุมโน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ ๒๔๖๕ สืบจากครูบาสีธิ ท่านได้เริ่มพัฒนาหมู่บ้านและวัดให้เจริญรุ่งเรืองตลอดมา ครูบาอินสมได้ปฏิบัติธรรมวินัย เจริญรอยตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และครูบาอาจารย์ของท่านมาโดยตลอด …อนึ่งด้วยท่านมีวิชา ความรู้เรื่องยาสมุนไพรแผนโบราณดี ชาวบ้านสมัยนั้นจึงมาขอรับการรักษาจากท่านอยู่เสมอ สำหรับเรื่องพุทธาคมของท่านนั้นได้มีผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าว่า มีวัวตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงไว้ดุร้ายมาก เวลาตอนใกล้ค่ำเขาจะต้องย้ายวัวเพื่อนำมาผูกในโรงเรือน เขาถูกวัวขวิดจนได้รับบาดเจ็บแทบเอาชีวิตไม่รอดมาถึง๓ ครั้ง จึงได้มาปรึกษาและขอรับยารักษาตัว พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ท่านครูบาฟัง ครูบาก็ให้ยาและเศษผ้าเหลืองมาผืนหนึ่ง ให้นำไปผูกกับปลายไม้เรียวเมื่อเข้าไปหาวัวหรือสัตว์ดุร้ายต่างๆ ผู้เฒ่าก็นำไปปฏิบัติตาม ผลคือวัวดุร้ายตัวนั้นถึงกับหมอบลงไป ไม่กล้าลุกขึ้นมาขวิดเหมือนก่อน และยอมให้จับจูงเชือกจูงเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนได้ เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันในท้องถิ่น ถึงกิตติศัพท์ความรอบรู้เชี่ยวชาญในสรรพวิชาต่างๆ ของท่านนั้นมีมากมาย ท่านเคยบอกกับศิษย์ของท่านอยู่เสมอว่า อย่าได้หลงอะไรมากนักที่ท่านให้วัตถุมงคลต่างๆไป ก็เป็นการผูกใจและกำลังใจเมื่อนำไปใช้ที่ถูกที่ควร ก็ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม สิ่งเหล่านี้เมื่อมีแล้วก็ทำให้สุขใจอบอุ่นใจแก่ตนเองและครอบครัว
ครูบาอินสม สุมโน ได้เผยแผ่พระศาสนาอย่างหนึ่งด้วยการเทศนาธรรมแบบพื้นบ้าน ด้วยภาษาล้านนาไทยและสอนการทำสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน ให้แก่คณะศิษยานุศิษย์ ตลอดจนศรัทธาสาธุชนทั่วไป ทั้งได้ทำการสอนหนังสือพื้นเมือง ภาษาล้านนาไทย แก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่สนใจ โดยไม่ปิดบังอำพลาง ผลที่ท่านได้สร้างคุณงามความดีไว้มาก ตั้งแต่เด็กจนถึงเฒ่าแก่ชรา ทั้งงานส่วนตัวและส่วนรวม เป็นที่ประจักแก่สายตาของชุมชนทั้งหลายมาโดยตลอด ส่งผลให้ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พัดยศ ชั้นโท เป็นพระครูสีลวุฒากร เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๓๕ นำความปิติยินดีมายังศรัทธาสาธุชนเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านครูบาอินสม หาได้มีความปิติยินดีไม่ กลับบอกให้คณะศิษย์เอาไปส่งคืน เพราะกลัวจะเป็นความทุกข์ กว่าลูกศิษย์จะอธิบายให้ท่านเข้าใจต้องใช้เวลานานทีเดียว
ท่านครูบาอินสม สุมโน ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ณ วัดทุ่งน้อย เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ ๒๕๔๐ เวลา ๑๓.๕๕ น.ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุได้ ๙๖ ปี ๗๖ พรรษา และได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดทุ่งน้อย เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ ๒๕๔๒ ท่านได้จากพวกเราไปก็เพียงรูปกายเท่านั้น ส่วนนามธรรมชื่อเสียงคุณงามความดีของท่านยังไม่สูญสิ้นไป สิ่งที่พวกเราพึงกระทำเพื่อเป็นการบูชาพระคุณของท่าน ก็คือการนำเอาธรรมะ คำสั่งสอนของท่านมาประพฤตปฏิบัติอย่างจริงจัง เป็นการน้อมนำรำลึกถึงท่านอย่างแท้จริง

พระณรงค์ ปภัสสโร วัดสุวรรณคีรี (บ้านปางมะเยา) ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว ศิษย์ใกล้ชิดรูปหนึ่งของท่านครูบาอินสม สุมโน ถ่ายทอดจริวัตรของท่านครูบาอินสม สุมโน ว่า

“หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้ว ท่านครูบาจะพาสวดปฏิสังขาโย แล้วกรวดน้ำ ในช่วงกลางวัน หากไม่มีแขกท่านจะนั่งเขียนธรรมหรือแผ่นทองสำหรับทำตะกรุด ท่านจะเอาธรรม (คัมภีร์ใบลาน) ที่เก่าใกล้ชำรุดมาคัดลอก เผื่อว่าธรรมผูกเก่าชำรุดจนใช้การไม่ได้ ก็จะใช้ผูกที่ท่านเขียนสำรองไว้ อุปกรณ์ที่ใช้เขียนเรียกว่าเหล็กจาร เขียนได้ทั้งใบลานและแผ่นทอง หากนั่งนานๆแล้วปวดหลังท่านจะเดินไปหยิบจอบดายหญ้าหรือเดินตามลานวัด เมื่อถึงเวลาเย็นถ้าเป็นหน้าร้อน ประมาณ ๑๖-๑๗.๐๐น.ท่านจะสรงน้ำ หากเป็นหน้าหนาว ท่านจะสรงน้ำเวลาประมาณ ๑๔-๑๕.๐๐น.สรงน้ำเสร็จในช่วงนี้ หากมีคนมาหาท่านจะนั่งต้อนรับ คนที่มาหาส่วนมากจะรู้ว่าเวลาประมาณ ๑๘.๐๐น.ท่านจะต้องเข้าภาวนา เขาก็จะกราบลาก่อนนั้น มีน้อยรายมากที่จะอยู่จนเลยเวลาทำสมาธิของท่าน กิจวัตรอย่างนี้ท่านทำติดต่อกันมาเป็นเวลา ๕๐-๖๐ปี หากไม่ป่วยแล้วท่านจะไม่หยุดเป็นอันขาด เมื่อนึกขึ้นมาทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจเหมือนกันเพราะการทำกิจวัตรอย่างนี้หากเป็นคนไม่มีความอุตสาหะจริงๆแล้ว คงไม่สามารถทำได้

“อีกอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้สนใจครั้งเมื่ออยู่กับท่าน คือการมีศีลจารวัตรอันงดงาม พูดง่ายๆ คือท่านเป็นคนเรียบร้อย ภาพของท่านที่นั่งสงบเสงี่ยมตามกิจนิมนต์ต่างๆ ทำให้ข้าพเจ้าซาบซึ้งและประทับใจยิ่งนัก”

เฮียกิม หรือคุณพิชาติ กุลประดิษฐ์ เจ้าของร้านสหะฟาร์มาซี บันทึกถึงเหตุการณ์ที่โรงเรียนพร้าววิทยาคม
“ขณะนั้นปี พ.ศ ๒๕๒๑ ผมรับเหมาสร้างอาคารเรียนหลังใหญ่ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม ซึ่งเป็นป่าช้าเก่า ก่อนเริ่มก็นิมนต์ครูบาอินสม มาทำพิธีแล้ว จึงให้คนงานขุดเพื่อวางฐานราก ปรากฏว่าขุดไปเจอน้ำสีดำกลิ่นเหม็นทะลักออกมาเหมือนน้ำซากศพ ต้องหยุดขุด กลางคืนคนงานที่นอนเฝ้าระหว่างครึ่งหลับครึ่งตื่นเห็นผู้หญิงอุ้มลูกยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้ๆแถวนั้น บอกว่าไม่มีที่อยู่แล้ว ครูบาให้ย้ายมาอยู่ใต้ต้นไม้ ไม่มีที่หลบแดดฝน คนงานก็กลัวมาบอกผม ผมรีบไปหาครูบาที่วัดเล่าเรื่องให้ท่านฟัง ท่านบอกว่าไม่เป็นไร บอกให้เขาไปเกิดแล้ว ท่านคงติดต่อทางจิตได้และสะกดควบคุมได้ ผมเลยปรึกษาว่าจะทำบุญถวายสังฆทานส่งให้ผู้หญิงคนนี้ดีไหม ท่านก็ตกลง เมื่อผมถวายสังฆทานให้ท่านแล้วก็เรียบร้อย น้ำกลิ่นเหม็นก็หายไป ขุดต่อวางฐานราก สร้างอาคารจนเสร็จ ท่านมีคาถาเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วอำเภอพร้าว” 
“ผมเป็นศรัทธาท่านและไปหาท่านบ่อย ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญร้าน ก็ไปนิมนต์ท่านมาทำพิธี สมัยนั้นถือว่าเป็นพระผู้ใหญ่ของพร้าว ใครนิมนต์ท่านก็ไปหมด ยุคเดียวกับหลวงปู่แหวน หลวงพ่อดาบส ซึ่งทั้งสองท่านไม่คอยรับนิมนต์ แต่ครูบาอินสม รับนิมนต์ ประมาณปี พ.ศ ๒๕๑๗-๒๕๑๘ ก็มีชื่อเสียงแล้ว ทางด้านคาถาอาคมถือว่าเก่งที่สุดแล้วในพร้าว” 
“เช่น คนโดนของโดนผีมา หรือลูกหลานไม่สบาย โดยไม่รู้สาเหตุ ก็ไปขอท่านช่วยท่านจะบอกว่าโดนอะไรมา จะแก้อย่างไร ท่านมักทำน้ำมนต์ให้กินก็จะหายเป็นปกติ หรือของหายคนหายก็ไปขอท่านดูให้” 
“ใครไปขอให้ท่านช่วยท่านทำให้หมด ไม่ขัดใจใคร ไม่ว่าไปขอให้เป่าหัว รดน้ำมนต์ ทำเทียนไปบูชา ขอนิมนต์มาบ้านก็มา แล้วไม่หวังปัจจัยอะไร ถวายก็ได้ไม่ถวายก็ได้ ไปหาท่านก็เห็นของที่ชาวบ้านถวาย ซองเงินก็วางอยู่ ท่านไม่ได้ใส่ใจ ก็มีลูกศิษย์คอยเก็บรวบรวม แล้วท่านก็ไม่ได้ว่ารวยว่าจน ทุกคนไปหาท่าน ท่านช่วยเหมือนกันหมด”
“ท่านถือเคร่ง ตามแนวครูบาเจ้าศรีวิชัย ฉันมื้อเดียว ไม่ฉันเนื้อ ฉันผลไม้แทน เป็นพระที่อนุเคราะห์คนจริงๆ เหรียญรุ่น ๑ ของท่านดังมีแต่คนอยากได้ เด็กตกลงไป ลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยาไม่จม เพราะในคอเด็กแขวนเหรียญรุ่น ๑ และสมัยที่เขาปราบยาบ้ากัน ที่พร้าวก็โดนเก็บไปหลายราย มีรายหนึ่งที่ใช้เวลาเก็บนานที่สุดทำเอาตำรวจและมือปืนปวดหัวเหมือนกัน เพราะยิงยังไงก็ยิงไม่ถูก เวลาไปดักยิงต้องมีอุปสรรคมีอะไรมาขัดขวางตลอด สุดท้ายต้องจ้างคนไปล่อซื้อเหรียญรุ่น ๑ ในคอชายคนนั้นออกมา ไม่นานนักชายคนนั้นก็ถูกเก็บเรียบร้อย เหรียญของท่านแคล้วคลาด ข่าม จริงๆ สมแล้วท่านครูบาอินสม เป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอพร้าวและที่อื่น”

พ่อหนานบุญมา อริยะ ศิษย์ใกล้ชิดท่านครูบาอินสม สุมะโน ผู้หนึ่ง เล่าว่า 
“เคยบวชกับเปิ้น(ท่านครูบาอินสม) ปี พ.ศ ๒๕๐๐ ตอนนั้นอายุ ๑๖ ปี ต่อมา ปี พ.ศ ๒๕๐๔ อุปสมบทเป็นพระ สมัยนั้นมีพระ ๓ รูป เณร ๔องค์”
“ครูบา เก่งด้านยาสมุนไพร ท่านทำยาธาตุ ยาหอม แก้เป็นลม ทำเอาไว้ที่วัด ไม่ขาย เก็บไว้ให้ชาวบ้าน ใครป่วยก็มาขอได้”
“เก่งทางไสยศาสตร์ สมัยก่อนผีกะเยอะ (ผีปอบ) บ้านเราก็มี (บ้านทุ่งน้อย) บ้านอื่นก็มี เจ้าของเลี้ยงผีปอบไม่ดีก็จะไปรบกวนชาวบ้านไปเข้าสิงชาวบ้าน ให้ร้องไห้ ตะโกน ใครถูกผีเข้าก็จะนำมาหาครูบาอินสม ท่านจะเสกน้ำมนต์พรมใส่ร่าง คนนั้นก็จะหมดสติไปชั่วครู่ ผีออก ตื่นมาก็แสดงอาการมึนงงแล้วก็เป็นปกติ จากบ้านศรีงาม บ้านร่มหลวง เขตอำเภอสันทราย และอำเภอใกล้เคียง ถูกผีเข้าผีอำก็จะพามาหาท่านครูบา ใครถูกผีอะไรทำร้ายมา ท่านปราบได้หมด บางรายถูกผีเข้าแค่อ้างว่าจะนำไปหาครูบาอินสมผีก็ออกแล้ว หรืออาคารบ้านเรือนที่ไหนผีเฮี้ยนๆก็จะมานิมนต์ครูบาไปทำพิธี ไม่ว่าจะยากดีมีจนท่านไปให้หมด”
“นอกจากนี้ครูบายังเก่งทำเทียนบูชา ทำให้อยู่ดีมีสุข ทำตะกรุดปลุกเสก มีคาถาดี ที่ผมสืบมาเป็นตะกรุด ๑๐๘ มีคาถากำกับ ดีทางป้องกันตัว มหานิยม กันภูตผีปีศาจ”
“นอกจากตะกรุดแล้วก็มียันต์จำปา๔ สี่ต้น คือมี๔ลูกแบบกุมารทั้งสี่ ใช้ป้องกันตัวเหน็บที่เสื้อพกติดตัว ดีทางด้านค้าขาย มหานิยม กันภูตผีปีศาจ สืบมาจากครูบาเช่นกัน”
“ท่านครูบาเก่งดูดวง มีคนมาดูดวง มาสะเดาะเคราะห์กันเสมอ ท่านมีณานสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าและอดีตได้”
“ท่านไม่ดุ แต่เคร่ง ใครไม่เชื่อฟังก็โดนไม้เรียวเหมือนกัน พระเณรจะออกจากวัดต้องครองผ้าให้เรียบร้อย ต้องสำรวม ท่านเคร่งครัดทำวัตรเช้า วัตรเย็น กลางคืนก่อนเข้านอนก็สวดมนต์อีก ก่อนสวดตีระฆังพระเณรใครไม่มาจะถาม จะตำนิสอนว่าไม่สวดแล้วจะเอาอะไรมาตอบแทนศรัทธา”
“ตอนบวชท่านครูบาจะสอนหนังสือตัวเมือง (ล้านนา) ให้ สมัยนั้นธรรมสำหรับเทศน์เป็นตัวหนังสือล้านนา เขียนในใบลาน”
“ช่วงที่มีชื่อเสียง รถบัสจากต่างจังหวัดเข้าพร้าว แวะกราบหลวงปู่แหวน กลางคืนนอนพักที่วัดสันปงของพระนิกรเพราะทำที่พักไว้เยอะ รุ่งขึ้นก็มากราบท่านครูบากัน มาก็มาจองกฐินกัน ก่อนกลับครูบาก็มอบพระให้คนละองค์สององค์ส่วนมากจะได้รูปหล่อเนื้อตะกั่วก้นอุดเกศาและเทียนชัยกัน ให้ฟรีอย่างเดียวครูบาไม่สะสมเงิน”
(พ่อหนานบุญมา อริยะ ถ่ายรูปร่วมกับท่านครูบาอินสม สุมโน)

คุณอดิศร มณีวงศ์ บันทึกกล่าว ยกย่องว่าครูบาอินสม เป็นพระสงฆ์ที่เคร่ง ข่าม เก่งคาถาอาคม 
“เหรียญรุ่น ๑ ออกปี พ.ศ ๒๕๑๔ พร้อมเหรียญ ทอ.๒ หลวงปู่แหวน ดังมาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน”
“ท่านครูบาอินสม เป็นพระพื้นบ้านดังในพร้าวและอำเภอใกล้เคียง ครูบาเด่นทางเป็นพระเคร่ง เดินตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัย ตอนเหรียญรุ่น ๑ ออกใหม่ๆ ผมไปวัดทุ่งน้อยและบูชามา ๑ ถุง มี ๑๐๐ เหรียญ ถวายวัดไป ๑,๐๐๐ บาท เหรียญละ ๑๐ บาท คนต่างอำเภอต่างจังหวัดก็มาเช่าเพราะรู้ข่าวกันจากปากต่อปาก ไม่นานเหรียญก็หมดจากวัด ผมเก็บไว้ระยะหนึ่ง ต่อมามีพิธีเปิดธนาคารกรุงเทพพานิชการ ผู้จัดการเป็นเพื่อนกัน เลยให้ไป ๕๐ เหรียญ แจกคนที่มาเปิดบัญชี ๕๐ คนแรก เหลือ๕๐ เหรียญก็เก็บไว้มอบให้คนรู้จักบ้าง ให้ลูกให้หลานบ้าง จนราคาขึ้นก็ปล่อยให้เช่า ๖ พัน ๗ พัน จนถึงหลักหมื่น”
“ท่านครูบาเด่นทางถือเคร่ง ท่านตาบอด ๑ ข้างบอดตอนแก่ เก่งทางไสยศาสตร์วิชาอาคม ชาวบ้านเจ็บป่วยมาก็มาขอท่านช่วย ท่านมียาสมุนไพรให้กิน มีวิชาสะเดาะเคราะห์ บูชาเทียน เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ไม่สะสมเงินทองทรัพย์สิน คราวที่สร้างโรงเรียนพร้าววิทยาคม เฮียกิม รับเหมาก่อสร้าง ปรากฏว่าสร้างไม่ได้เพราะกลางคืนมีผีมารบกวน ต้องนิมนต์ครูบามานั่งหนัก ทำพิธีให้ ผีเลิกรบกวนเลย ทานเก่งจริง เรื่องอยู่ยงคงกระพันท่านมีแน่ ส่วนด้านเมตตาตอนนั้นต้องยกให้หลวงปู่แหวน แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง ครูบาท่านพูดน้อย ไม่ช่างพูดคุย แต่มีวิชาอาคมดี ถือเคร่ง ฉันมื้อเดียว”

สร้อยปะคำของครูบาอินสม กันยุงได้

นายประดิษฐ์ มากมิ่ง ลูกศิษย์คนหนึ่งเคยไปปรนนิบัติครูบาอินสม และพบปาฏิหาริย์

“ก่อนครูบามรณภาพสัก ๕ ปีประมาณปี ๒๕๓๕ ผมไปส่งครูบาตรวจหูที่โรงพยาบาลพร้าว โรงพยาบาลพร้าวส่งไปโรงพยาบาลมหาราช ปรากฏว่าหมอให้นอนโรงพยาบาล ผมไม่ได้เตรียมตัวไปนอน นุ่งขาสั้นไป ครูบาบอกว่านอนด้วยกันนี่แหละ นอนชั้น ๗ ผมนอนใต้เตียงครูบา นอนไม่หลับ ยุงชุม ตบยุงเปาะแปะ ครูบานอนอยู่บนเตียงก้มมาถาม ยุงขบก่ะ ผมตอบว่า ครับยุงขบ ท่านหยิบสร้อยปะคำส่งมาให้ เอานี่ไว้กันยุง ผมรับมา แปลกมากได้สร้อยปะคำมาไว้ยุงก็ไม่มารบกวนอีก นอนหลับสบาย รุ่งเช้าผมจะคืนให้ครูบา ครูบาบอกเอาไว้ติดตัวเต้อะ ผมเก็บไว้ระยะหนึ่ง ตอนหลังแบ่งให้คนรู้จักไป ท่านศักดิ์สิทธิ์ทุกด้านครับ”

"ศิษย์ใกล้ชิดครูบาอินสม ผู้หนึ่งคือ พ่อหนานพรหมมา เปาะนาค ปัจจุบันเป็นมัคทายกวัด มีศักดิ์เป็นหลานของครูบาอินสม โดยเป็นบุตรของนายตุ้ย น้องของครูบาอินสม ได้บวชเรียนกับครูบาและรับถ่ายทอดวิชาการทำเทียนสะเดาะเคราะห์มา”

“ครูบาท่านเก่งทางโหราศาสตร์ ดูดวงแม่น ท่านมีณานสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ พูดสื่อสารกับสิ่งเร้นลับได้แล้วเก่งด้านสมาธิ มีคาถาอาคมแก่กล้าในอำเภอพร้าวตอนนั้นไม่มีใครเทียบเท่าท่าน ถึงแม้หลวงปู่แหวนจะดังกว่าท่านก็ตามแต่หลวงปู่แหวนท่านเก่งในด้านวิปัสนากรรมฐาน ผมได้รับสืบมาคือ การทำเทียนบูชา จุดให้พ้นเคราะห์ มีโชค ครูบาสอนมา มีตำราให้ ตำราเป็นปัปสาภาษาล้านนา เช่น ปลูกข้าวจะให้ผลดีต้องปลูกวันไหน การทำบ่อให้ปลามาเข้าต้องมีหลักอย่างไร เป็นลายมือครูบา ลายมือสวย”

“ครูบาใจดี ไม่พอดุ แต่ถือเคร่ง อยู่วัดเป็นเดือนไม่ออกจากวัด ยกเว้นมีผู้มานิมนต์ไปงาน"

“เทียนบูชา หัวใจอยู่ที่ไส้เทียน ซึ่งใช้กระดาษสามาตัดและเขียนยันต์ภาษาพื้นเมือง(ล้านนา) ไว้ มี ๓ อย่างไม่เหมือนกัน ใน ๑ ชุด ก็มีรับโชค ลดเคราะห์และสืบชะตา ทำเป็นไส้เทียนเอาไปจุด เมื่อไม่สบายก็จะหาย”

ประสบการณ์เป็นที่เลื่องลือในด้านแคล้วคลาดคงกระพัน คือ เหรียญครูบาอินสม รุ่น ๑ สร้างปี พ.ศ ๒๕๑๔


คนหนึ่ง คือ ดาบตำรวจประธาน คำวรรณ ตำรวจประจำจุดตรวจแม่แวน สภ.พร้าว เคยประสบอุบัติเหตุแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย”
“ผมได้เหรียญครูบาอินสม จากคนรู้จักกันบ้านทรายมูล ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว ก่อนหน้านี้ไปทำบุญกับครูบา ท่านมอบให้เป็นรูปหล่อเนื้อตะกั่ว แต่อยากได้รุ่น ๑ หลังจากได้มาก็ห้อยที่คอเพราะเรานับถือและมั่นใจในองค์ท่าน” 
“ปี พ.ศ ๒๕๔๘ ผมขับรถปิกอัพจากพร้าวจะไปธุระที่เชียงใหม่ เวลา ๑๑ โมง ขับเลยตู้ยามพิทักษ์ธรรมไปถึงโค้งก่อนขึ้นเนินขับมาเร็วพอสมควร ปรากฏว่ายางล้อหน้าขวาหลุด ทำให้รถเสียหลักพลิกไปทางขวา พลิก ๕-๖ ตลบ ตกถนนด้านขวาที่เป็นเหว รถติดอยู่กับต้นไม้ไม่ลงเหว ผมคลานออกจากรถ ตรวจดูร่างกายไม่เป็นอะไรเลยแปลกมาก แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี เป็นเพราะครูบาอินสม ช่วยไว้จริงๆค่าซ่อมรถหมดไป ๘๕,๐๐๐ บาท โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ มั่นใจในเหรียญของท่านครูบาทุกรุ่น คล้องติดตัวไว้ตลอดเวลาครับ”

พ่อหนานบุญมี เล่าความเป็นมาการสร้างเหรียญครูบาอินสม สุมะโน
“ผมเป็นคณะกรรมการในขณะนั้น เหรียญรุ่น ๑สร้างเมื่อปี พ.ศ ๒๕๑๔ ในเหรียญไม่ได้บอก พ.ศ ไว้ คณะกรรมการจะสร้างกุฏิวัด แต่เงินไม่พอจึงคิดทำเหรียญให้เช่าบูชา ไปทำที่กรุงเทพฯไปกัน ๓ คนผมไปด้วยคนหนึ่ง ทำมา ๒๕๑๔ เหรียญ ทุนเหรียญละ ๑บาท ๕๐ สตางค์ มีเหรียญเนื้อทองแดง ๒๔๐๐ เหรียญ เหรียญเนื้อฝาบาตร ๑๑๔ เหรียญ ทีแรกตั้งใจว่าจะทำเป็นเนื้อทองแดงทั้งหมด แต่แผ่นทองแดงไม่พอทางโรงงานจึงเอาแผ่นทองฝาบาตรทำเพิ่มให้ครบจำนวน นำมาให้ท่านครูบาปลุกเสกเดี่ยว แล้วออกให้เช่าเหรียญละ ๑๐ บาท ได้เงินซื้อกระเบื้องทำกุฏิที่วัด ไม่นานนักเมื่อเหรียญรุ่น ๑ หมดก็ไปทำรุ่น ๒ ในปี ๒๕๑๙ จำนวน ๒๕๐๐ เหรียญ หาทุนทำกุฏิจนเสร็จ มีงานฉลอง ต่อมาปี พ.ศ ๒๕๒๒ สร้างรุ่น ๓ จำนวน ๓๐๐๐ เหรียญ หาเงินสร้างวิหารได้เงินเป็นหลักแสนสร้างวิหารได้”
“เหรียญรุ่น ๔ ปี ๒๕๒๕ เรียกรุ่นรวมใจสหกรณ์ หมอวินัยกับคณะ ซึ่งเป็นกรรมการสหกรณ์(กลางทุ่ง) ตอนนั้นสหกรณ์เพิ่งเริ่มไม่กี่ปี ได้สร้างเหรียญรูปเหมือน ครูบาอินสม จำนวน ๓๐๐๐ เหรียญ แบ่งให้วัดครึ่งหนึ่ง ทางวัดจำหน่ายเหรียญละ ๑๙ บาท นำรายได้สร้างเจดีย์ด้านหลังวิหาร ส่วนเหรียญรุ่น ๕ ปี ๒๕๒๙ รุ่นเสาหลักเมือง จำนวน ๙๙๙๙ เหรียญ คณะกรรมการสุขาภิบาลพร้าวสร้าง มีหมอวินัย เฮียหนำ ผู้ใหญ่บ้านก๋องคำ เพื่อหาเงินสร้างเสาหลักเมืองพร้าว ต่อมาคณะกรรมการได้สร้างเหรียญรุ่น ๖ ปี ๒๕๓๕ ประมาณ ๕๐๐๐ เหรียญ ที่เขียนด้านหลังว่ารุ่นสุดท้าย จริงๆแล้วไม่ใช่รุ่นสุดท้ายคือตอนนั้นคณะกรรมการไม่อยากให้ครูบาเหนื่อย ไม่อยากให้ใครมาขอสร้างเหรียญท่านอีก จึงสั่งให้โรงงานเขียนไว้ว่ารุ่นสุดท้าย เหรียญรุ่น ๗ ปี ๒๕๓๗ รุ่นยันต์สี่ ประมาณ ๒๕๓๗ เหรียญ สร้างถวายโดย พระครูอาทรธรรมรัตถ์ และเหรียญรุ่น ๘ ปี ๒๕๓๙ รุ่นชัยมงคล มีเนื้อทองแดง ๕๐๐๐ เหรียญ เนื้อเงิน ๑๐๐ เหรียญ และเนื้อตะกั่วผมไม่ทราบจำนวนแน่ชัด ให้ครูบาแจกศรัทธาที่มากราบไหว้ ไม่นานนัก พอปี ๒๕๔๐ ครูบาก็มรณภาพลง ก็เลยใช้แจกในงานศพต่อไปจนหมด” 
“ท่านเคยทำพระเนื้อว่านเหมือนกัน นำดอกไม้ที่เข้าโบสถ์ ผสมกับข้าวกันบาตร ว่าน ใบลานเก่า มีหลายพิมพ์ที่เขาเรียกกันว่าพระผงข้าวเย็น สร้างก่อนเหรียญรุ่นแรก”
“พระกริ่งพระชัยวัฒน์ เหรียญฉีดใบโพธิ์ ดาบตำรวจเรวัฒน์ กิตติ อยู่นาหวาย สร้างร่วมกับ คุณอดิศร มณีวงศ์ เมื่อปี พ.ศ ๒๕๓๘ พิธีปลุกเสกพิธีใหญ่ สหธรรมท่านครูบาก็มา เช่น ครูบาหน้อย วัดบ้านปง ครูบาอิน อินโท วัดฟ้าหลั่ง ครูบาชัยวงศ์ วัดนาหวาย ครูบาสิงห์ วัดฟ้าฮ่าม เป็นต้น” 
“รูปหล่อเนื้อตะกั่วของท่าน สร้างก่อนเหรียญรุ่น ๑ ก็มีสร้างพร้อมเหรียญรุ่น ๑ ก็มี มีทั้งพิมพ์พระพุทธ พิมพ์ครูบาเจ้าศรีวิชัย และพิมพ์รูปเหมือนท่านมีทั้งพิมพ์อุ้มบาตรและไม่อุ้มบาตร ได้รับความนิยมเหมือนกัน”

ดาบตำรวจนคร ปัญญาทิพย์ ตำรวจสืบสวน สภ.พร้าว ยืนยันจุดเด่นด้านแคล้วคลาดของเหรียญ รุ่น ๑ ครูบาอินสม สุมะโน

“ประมาณปี ๒๕๒๕ ผมเป็นพลตำรวจมาประจำที่ สภ.พร้าว สมัยนั้นพร้าวซึ่งเป็นเมืองปิด คนร้ายสำคัญมักมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่ ทั้งมือปืนจากฝาง จากลำปาง หลบมาอยู่พร้าว มาก่อคดี มาลักวัวลักควายที่พร้าว ตำรวจทำงานหนัก”

“เหรียญครูบาอินสม เรื่องแคล้วคลาดนี่ต้องยกให้ เรื่องประสบการณ์แคล้วคลาดของเหรียญครูบาอินสม รุ่น ๑ ผมประสบมาด้วยตัวเอง รายหนึ่งเป็นเสือเก่าเคยติดคุกคดีฆ่าคนตาย มาอยู่พร้าว คนกลัวกันหมด อยากนอนกับเมียใครก็นอน สามีไม่กล้าแจ้งความ ถึงเทศกาลอย่างเช่น ลอยกระทง นำลูกสมุนลักวัวควายของชาวบ้าน ไปขายเอาเงินมาเที่ยวแตร่ ชาวบ้านเป็นทุกข์กันมาก สุดท้ายรวมตัวกันลงขัน จ้างมือปืนไปเก็บ มือปืนชื่อว่า สิงห์ ชาวบ้านเรียก สิงห์ยักษ์ เป็นคนบ้านโป่ง อ.พร้าว ไปดักซุ่มยิงที่บ้าน ขณะเสือเก่าคนนี้นั่งกินข้าว ก็ใช้ลูกซองยาวยิง ปรากฏว่ากระสุนพลาด เสือเก่ารู้ตัวก็กระโดดมาทางมือปืน จึงควักลูกซองสั้นจ่อยิงอีก ไม่ถูกอีก เสือเก่ารอดตายไปได้ นายสิงห์บอกกับผมตั้งแต่เป็นมือปืนมารายนี้เป็นรายแรกที่ยิงไม่ถูก มันต้องมีของดีแน่ๆ ผมไปดูที่เกิดเหตุสอบถามเสือเก่าคนนี้ว่ามีของดีอะไร เขาบอกว่ามีเหรียญครูบาอินสม รุ่น ๑ พร้อมกับควักออกมาให้ผมดู ตอนหลังเสือเก่าคนนี้ก็ถูกยิงตายจนได้ เพราะเขาถูกสายตำรวจล่อซื้อเหรียญครูบาอินสม รุ่น๑ไปแล้ว”

“อีกรายหนึ่ง เป็นนักเลงประจำหมู่บ้าน ตัวร้าย ชอบลักวัวลักควาย ชาวบ้านรวมตัวกันเก็บ สมัยนั้นวิธีการนี้ยังใช้ได้ที่พร้าว ปัจจุบันหากทำคงถูกจับกันหมด สายคนหนึ่งพานักเลงคนนี้ไปที่เปลี่ยวที่นัดไว้ ลงจากรถก็ใช้ปืนลูกซองจ่อยิงเลย นักเลงเอี้ยวตัวหลบ กระสุนพลาด ได้โอกาสวิ่งหนี กลุ่มที่ตาม ๔คน ตามไล่ยิง ชาวบ้านกำลังทำนาวิ่งหนีกันอุตลุด นักเลงคนนี้วิ่งตามคันนา กลุ่มที่ไล่ตาม ยิงเข้าเต็มกลางหลังแต่ยิงไม่เข้า นักเลงคนนั้นวิ่งต่อด้วยความจุกแล้วหมดแรงล้มลง กลุ่มที่ตามไปถึงกระชากสร้อยพระออก แล้วใช้ขวานฟันและยิงซ้ำ รายนี้สุดท้ายไม่รอด พระที่กระชากมาได้เป็นรูปหล่อครูบาอินสม เนื้อตะกั่วองค์เล็กๆสีดำ ขนาดประมาณนิ้วก้อย ผมไม่ทราบว่าเป็นรุ่นไหน”

“ที่ใกล้ตัวคือ แม่บ้านผม รถพลิกคว่ำ ๓ ครั้งแล้ว ไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะแขวนครูบาอินสม และที่หน้ารถติดรูปหล่อครูบาอินสม ที่เป็นเนื้อตะกั่วสีดำไว้ ซึ่งช่วยทำให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุมาได้หลายต่อหลายครั้ง”

เมื่อวันที่ ๒๓ เดือนธันวาคม พ.ศ ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ น. เกิดเหตุถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรระเบิด ณ โรงฝึกงานแผนกช่างเชื่อมโลหะ โรงเรียนพร้าววิทยาคม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลจาก นายศักรินทร์ ลวงทอง อยู่บ้านเลขที่ ๒๓๑ หมู่ ๕ ตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า…ผมกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปีที่ ๓ แผนกช่างเชื่อมโลหะ โรงเรียนพร้าววิทยาคม เป็นภาคเรียนสุดท้าย ก่อนที่จะจบการศึกษา อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มทำงานโปรเจ็ค กลุ่มผมมี ๔ คน มีผม นายรุ่งเรือง ไชยรัตน์ บ้านสหกรณ์แปลง๒ นายธีรวัฒน์ มาลัย บ้านเขื่อนผาก และนายธวัช อินติ บ้านหนองบัว กลุ่มผมตกลงกันทำ เครื่องคลุกสีเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด เราเริ่มทำงานกันวันแรก วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ พวกผมเริ่มจากการนำถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรมาตัดเพื่อให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ นายรุ่งเรือง เป็นคนตัด โดยใช้วิธีการตัดแก๊ส ระหว่างที่พวกผม ๓ คน ยืนมุงดู นายรุ่งเรือง ตัดถังน้ำมันอยู่นั้น อยู่ดีๆสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ถังน้ำมันเกิดระเบิดขึ้นมา พวกผม ๔ คน กระเด็นหงายหลังลงกับพื้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นายรุ่งเรือง แข้งขวาหัก น่องขวาฉีก หมอให้ดามเหล็ก ๑ ปี และพักรักษาตัวอยู่บ้าน ๓ เดือน นายธีรวัฒน์ หน้าแข็งซ้ายแตกลึกเห็นกระดูกเย็บ ๑๗ เข็ม นายธวัช ขนหน้าแข็งไหม้เป็นหย่อมๆ ส่วนผมไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ส่วนตัวผมแล้ว ผมเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของครูบาอินสม ที่ช่วยผมไว้ เพราะวันนั้นผมแขวนเหรียญรุ่น ๑ ของครูบาอินสม รูปหล่อเนื้อตะกั่ว ๒ องค์ และตะกรุดก๋าสะท้อน ๑ ดอก และผมยังเชื่ออีกว่า ที่นายธวัช แค่ขนหน้าแข้งไหม้นั้น เป็นเพราะครูบาอินสม ช่วยไว้เหมือนกัน เพราะวันนั้นเขาแขวนรูปหล่อ ครูบาอินสม เนื้อตะกั่ว ๑ องค์และเหรียญรุ่นชัยมงคล ๑ เหรียญ บางคนว่าเป็นเพราะความบังเอิญมากกว่า ของอย่างนี้ใครไม่โดนกับตัวเองคงไม่เชื่อ แต่ใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ เพราะต่อไปนี้ผมคงต้องแขวนพระชุดนี้ติดตัวไว้ตลอด เพราะผมมีครูบาแล้วผมอุ่นใจครับ
 

 


 

 

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook