หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
TRAVEL TOOLS
 
id7500003000070

 


 

LP Kuay, Wat Kositaram

product: 000488

price : 1515.00 us$  free shipping world wide

whats app:0933361995

Luang Phor Kuay was born on November 2nd B.E.2448, in Bankae Village, Sunbury District, Chainat Province.
He was the first born and loved very much by his parents, who sent him to be educated by Luang Phor Kuad at Wat Bankae. Although only 6-7 years old Luang Phor Kuay could remember and recite many of the sacred spells he was taught, along with Khmer language and high-level sacred spells.

Luang Phor Kuad predicted even at this early age that Luang Phor Kuay would become very successful in the monk hood and as such dedicated himself to teaching the novice monk. Luang Phor Kuad passed away soon after, and as a result, LP Kuay moved to Wat Huaden where he was to further his studies under Ajahn Dum.

At was at this time that Luang Phor Kuay had told his parents that if he were to be ordained he would stay in the priesthood for life. At the age of 20 he was indeed ordained a monk by Phra Chainatmuni, Luang Phor Pa and Phra Ajahn Ring on July 5th, B.E.2467 at Wat Bost, Chainat Province. He was also given the official name “Chutinataro”, which in fact has a significant and very deep meaning and can loosely be translated as follows:
“This world is full of lust, passion and greed. He who wishes to be enlightened must free himself from all of them.”

Sacred Book
It was recorded that Luang Phor Kuay had owned a book called “Kru Rang”, which was full of sacred spells. It was said that only monks or ascetics had sufficient sacred power to open and read the volume. Should it be opened by an ordinary person his life may be damned.

It was known that the book contained many sacred spells, to dispel evil, protection from weapons, and a scared spell to call upon Mae Thorani, or the goddess of the earth.
Luang Phor Kuay had learned all the sacred spells and also copied the book for other monks. Today several copies are kept at a number of temples:

Wat Tatong, Supunburi Province, kept by Ajahn Tau.
Wat Nong-i-duke, Chainat Province, kept by Ajahn Sawang.
Wat Kositaram, first kept by Luang Phor Kuay.

This copy has never been opened and studied in any detail because of previous experiences of mysterious illness or disease associated with it.
Apart from the book Luang Phor Kuay also learnt magic sciences from many other senior monks such as Luang Phor Puang of Wat Nong Kradone, Luang Phor Kun of Wat Khaokaew and Luang Phor Derm of Wat Nongpo, who it was said taught him about the sciences to create sacred knives and takruts.

Luang Phor Pumpum of Wat Nongtangoo, a friend of Luang Phor Kuay had said that Luang Phor Kuay was a true monk, who was never afraid of anything which resulted in him learning strong magic.

Furthermore it was also said that Luang Phor Kuay had a magic mouth. If he made a prediction, in all likelihood it would be become true.
(Note: Monks, who were known to possess a magic mouth must not tell lies, otherwise power would be nullified.)

The Secret of the sacred book
Many people were obviously very inquisitive about where Luang Phor Kuay obtained his scared book. Some of his disciples actually revealed the story to us.
Luang Phor Kuay had never expected that he would gain the book but on June 1, B.E.2477, he was staying at Wat Nongkam, Chainat Province where he was learning higher level ancient Thai medical sciences.
During that time a monk named Jam had told Luang Phor Kuay that he had found a book, which was hidden in a hole of a dead tree but he could not extract the book because sacred souls were preventing him from doing so.
Luang Phor Kuay was taken to see the book himself, whereupon he lit three incense sticks and prayed to the sacred souls “If it is your desire that I own this book, burn the incense to completion. ”
The sticks did not burn. Again Luang Phor Kuay re-lit another three sticks and asked “If You want me to own and use the book to help temples and people, burn the incense to completion.”
This time all of those sticks were quickly burnt and Luang Phor Kuay could easily extract the sacred manual.
On reading book he found the paragraph which clearly stated that the book was not to be owned by laypeople unless the keeper and family were suffering from incurable disease or other calamity.

He focused his attention on creating sacred amulets, takruts, sacred knives, phra pim etc. His amulets were highly respected by the worshippers as they are to this very day especially the somdejs, khun paen & sivali.

Even criminals of the province highly respected Luang Phor Kuay and at that time whenever they passed his temple they would shoot once in the air to salute him.
Abbot of Wat Bangkae (KOSITARAM).

Because of his virtues, it was not long after, on September 1st BE 2491, he was appointed abbot of Wat Bankae.(Kositaram)
It was recorded that during World War II for example, (B.E.2484) Luang Phor Kuay had given away sacred amulets to many people, who wanted his amulets in particular to help protect themselves from weapons and bombs.

Apart from that Luang Phor Kuay was also a true monk who

 
รหัสสินค้า: 000488
ราคา:50,000.00 บาท

    หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ชัยนาท ท่านเป็นสุดยอดพระเกจิรูปหนึ่งในยุคหลังปี 2500 เพราะพระเครื่องต่างๆที่หลวงพ่อกวย ปลุกเสกมีพุทธคุณสูงมากๆทุกด้าน แม้แต่พระเกจิดังๆหลายรูปในสมัยนั้นก็ให้การยกย่องท่านในเรื่องวิทยาคมไม่เป็นรองใคร หลวงพ่อกวย เคยเดินทางเข้ามาปลุกเสกพระเครื่องในกรุงเทพ หลายครั้งเช่นที่วัดราชนัดดา วัดเทพากร เป็นต้น สำหรับพระเครื่องของวัดเทพากร มีการสร้างตั้งแต่ปี 2513-5 ในพิธีพุทธาภิเษกสมัยนั้นมีการเชิญหลวงพ่อดังๆมากันหลายสิบรูป เช่น หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ หลวงพ่อนอ วัดท่าเรือ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี และหลวงพ่อกวย เป็นต้น

 

เหรียญโล่ หลังหนุมาน งานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต ปี 2521 เนื้ออัลปาก้า อะระหังเต็ม เลี่ยมทองหนายกซุ้ม เป็นเหรียญยอดนิยม เหรียญนึงของหลวงพ่อกวย พุทธคุณเต็มเปี่ยม เหมือนสักหนุมานกับหลวงพ่อเลยทีเดียว สวยงามทั้งรูปทรง และรูปแบบของเหรียญ ปัจจุบันหาไม่ได้ง่าย ๆ แล้วสำหรับเหรียญสวย ๆ เหรียญนี้พิเศษตรงที่เสกจนเหรียญลั่นเลยทีเดียว ประสบการณ์กับเหรียญนี้สุดยอดทั้งนั้นครับ 

เหรียญหลังหนุมาน หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จังหวัดชัยนาท เลี่ยมทอง ผิวเดิมๆ ผิวแลย่น ๆ ลักษณะตามแนวนอนของเหรียญ เป็นลักษณะเฉพาะของเหรียญโล่หลังหนุมานเนื้ออัลปาก้า หลวงพ่อกวยเลยครับ ส่วนรอยด้านหลังอาจเกิดจากเศษวัสดุระหว่างการปั๊มเหรียญ 

หลวงพ่อกวยท่านเป็นอาจารย์สัก ที่ขึ้นชื่อและนิยมกันอย่างมากคือ ลายหนุมานเชิญธงที่สีข้าง คนจริงทั้วประเทศหลั่งไหลกันมายกขันครูสักยันต์กับหลวงพ่อตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเลิกสักนับได้หลักฐานจากสมุดบันทึก สี่หมืนกว่าคน ยุคเปลี่ยน สังขารและภาระประกอบกับวิวัฒนาการเทคโนโลยีหลวงพ่อล่วงรู้ ผลัดเปลี่ยนต้องมีทดแทน ท่านจึงคิดค้นสิ่งที่ทดแทนการสักลายลงสีข้างคน นั่นคือเหรียญหลังหนุมาน ไว้ให้กับลูกศิษย์ในยุคถัดมาใช้ติดตัวแทน และเป็นเรื่องจริงคือท่านทำได้สำเร็จดีดังเดิมเฉกเช่นกับลงเข็มสักอย่างไงอย่างงั้น ปลุกขึ้นขลังได้ไม่แตกต่าง เพราะแรงครูใครถือของขึ้นก็ได้เปรียบเพราะหนุมานตัวนี้ของหลวงพ่อมีฤทธิ์อย่างมาก

เหรียญหลวงพ่อกวย รุ่น ๓ พ.ศ.๒๕๒๑ หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญรุ่นฝังลูกนิมิต" ออกให้ทำบุญเนื่องในโอกาส

ผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิต ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ มีทั้งหมดด้วยกัน ๓ พิมพ์คื่อ
             
            ๑. พิมพ์หลังหนุมานเชิญธง หรือที่เรียกกันติดปากว่า "เหรียญหลังหนุมาน" เป็นเหรียญปั๊มเนื้ออัลปาก้า
จำนวนการสร้างประมาณ ๒๐,๐๐๐ เหรียญ โดยแบ่งออกเป็นเหรียญกะไหล่ทองประมาณ ๕๐๐ เหรียญสมนาคุณแก่
ผู้ที่จองบริจาคข้าวสาร ๑ กระสอบ ในงานผูกพัทธสีมา พ.ศ.๒๕๒๑ ก็จะได้รับเหรียญรุ่น ๓ กะไหล่ทอง ๑ เหรียญ
ส่วนเหรียญที่เหลือเป็นเนื้ออัลปาก้า ออกให้ทำบุญเหรียญละ ๑๐๐ บาท เหรียญด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อนั่งเต็มองค์ 
มียันต์ "นะอุดปืน" อยู่สองข้าง ใต้องค์หลวงพ่อระบุ "หลวงพ่อกวย ชุตินฺโร วัดโฆสิตาราม" ส่วนด้านหลังเป็นรูปหนุมานเชิญธง
ระบุว่า "ที่ระลึกในงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ผูกพัทธสีมา"
                    คาถาที่ใช้กำกับเหรียญรุ่นนี้ คือ 
               "อมผงเผ่าเถ้าธุลี คงกระพันชาตรี สวาหะ หนุมานะ คลุกคลี ตีมะอะ"

         ๒. พิมพ์หลังยันต์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า "เหรียญหลังยันต์" เป็นเหรียญปั๊มเนื้อทองแดง 
จำนวนการสร้างประมาณ ๔๐,๐๐๐ เหรียญ โดยแบ่งออกเป็นเหรียญกะไหล่ทองประมาณ ๕๐๐ เหรียญสมนาคุณแก่
ผู้ที่จองบริจาคข้าวสาร ๑ กระสอบ ในงานผูกพัทธสีมา พ.ศ.๒๕๒๑ ก็จะได้รับเหรียญรุ่น ๓ กะไหล่ทอง ๑ เหรียญ
ที่เหลือเป็นเหรียญเนื้อทองแดง มีทั้งรมดำและรมแดง ออกให้บูชาเหรียญละ ๒๐ บาท เหรียญด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อนั่งเต็มองค์ 
มียันต์ "นะอุดปืน" อยู่สองข้าง ใต้องค์หลวงพ่อระบุ "หลวงพ่อกวย ชุตินฺโร วัดโฆสิตาราม"ด้านหลังจะเป็น ยันต์ไตรสรณคมณ์
"ที่ระลึกในงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ผูกพัทธสีมา"
                    คาถาที่ใช้กำกับเหรียญรุ่นนี้ คือ 
               "พุทธังสรณังคัจฉามิ ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ"
         
          ๓. พิมพ์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นเหรียญปั๊มเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างประมาณ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ หลวงพ่อทำขึ้นเพื่อ
แจกให้แม่ครัวที่มาช่วยงานวัดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนำไปออกให้ทำบุญเหรียญละ ๒๐ บาท เป็นเนื้อทองแดงผิวไฟ
เหรียญด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อนั่งเต็มองค์  มียันต์ "นะอุดปืน" อยู่สองข้าง ใต้องค์หลวงพ่อระบุ "หลวงพ่อกวย ชุตินฺโร วัดโฆสิตาราม"
ด้านหลังเป็นยันต์พระคาถาว่า "นะ งะ อิ ติ" ตรงกลางยันต์เป็นองค์พระ ด้วนบนเป็นอุณาโลม ด้านนอกยันต์ด้านบนและล่างเป็นตัว อุ
ด้านบนสุดระบุ "ทีระลึกงานผูกพัทธสีมา" ส่วนด้านล่างระบุว่า "วัดโฆสิตาราม" 
                    คาถาที่ใช้กำกับเหรียญรุ่นนี้ คือ 
                                    "นะ ธะ อิ ติ"

THAILAND AMULET CENTER |CHIANGMAI OFFICE
211/45 the City Villa, Soi Ladprao 126
Ladprao Rd, Kwang Prapla,Wang Thong Lang district
Bangkok 10310 Mobile :66-093-3361995     e-mail:amuletcenter@hotmail.com
พระเครื่องเมืองสยาม| โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-053-963029,66-093-3361995  Fax : 66-53-963029
Mobile : 66-093-3361995   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
Copyright © 2006 Thailand Amulet Center. Website Terms of Use   |   Privacy Statement Find us on Youtube Facebook